ความสุขของลูกแม่กิ่ง… :) 01/29/2009
Posted by enci3l in ฟุตบอลมุมป้าน.2 comments
ฟุตบอลมุมป้าน
ความสุขของลูกแม่กิ่ง…
by ลูกแม่กิ่ง (lookmaeking@hotmail.com)
weblog : http://enci3l.wordpress.com

หน้าคอลัมน์ฟุตบอลมุมป้านฉบับสุดท้าย
ณ เข็มนาฬิกาเดินไปนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นห้วงอารมณ์ที่หาคำมาอธิบายได้ยากจริงๆ
หากจะบอกว่าใจหายก็ใช่ ตกใจก็ใช่ เสียใจก็ใช่
แต่ก็ไม่ใช่ถึงขั้นทุกอย่างดำมืดไปหมด ผมรู้ตัวว่าผมยังไม่ได้ตกอยู่ในห้วงอนธการขนาดนั้น
อาจเป็นเพราะผมเคยรู้สึกและสัมผัสถึงอารมณ์แห่งความอาลัยมาแล้วกับการเดินจากลามาจากสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานอยู่เมื่อเกือบ 7 ปีก่อน และอีกครั้งในปีถัดมา
อย่างไรก็ตามถ้ามองย้อนกลับไปตรงนั้น ข้ามกาลเวลามาถึงตรงนี้ ก็ต้องบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องราวที่คล้ายกัน
ครั้งนั้นมันเป็นการแค่จากลา “ชั่วคราว”
แต่ครั้งนี้เป็นการลาจาก “ตลอดไป”
จากจุดเริ่มต้นที่ได้รับการแนะนำจากพี่คนหนึ่งในเว็บไซต์ลิเวอร์พูล จนได้เข้ามาทำความรู้จักกับพี่แว่นและฝ่ายเว็บไซต์ของคิกออฟ ถูกส่งขึ้นมาฝึกงานที่กอง บ.ก. กลับไปเรียนต่อแล้วก็กลับมาฝึกงานอีกรอบ ได้เขียนให้เว็บไซต์ของพี่เบน ฟรีคิก จนสุดท้ายก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการเมื่อเกือบ 5 ปีก่อน
นึกถึงตรงนั้นเวลามันเดินเร็วเหมือนกันนะครับ ไม่รู้มันจะรีบไปไหนเนาะ?
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ฝึกงาน หรือการเข้ามาทำงานจริงๆ ผมรู้สึกเสมอว่าผม “โชคดี”
โชคดีที่ได้เข้ามาทำงานในสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริงๆ
และโชคดีที่ได้เข้ามาทำงานท่ามกลางเพื่อนพ้องน้องพี่ที่พูดจาภาษาเดียวกัน นิสัยใจคอคล้ายกัน ทำให้บรรยากาศในการทำงานเต็มไปด้วยความสุขเสมอ
โดยเฉพาะในช่วงวันเวลาที่เรายังอยู่กันที่ชั้น 7 ตึกสีส้มอิฐ ริมถนนวิภาวดีฯ ที่ในอีกไม่นานก็คงจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมตามสิ่งที่แปรเปลี่ยนไป
แต่ “ความทรงจำ” ณ ที่ตรงนั้นยังสวยสดและงดงามเสมอ
กระทั่งทุกวันนี้เวลาที่นั่งรถผ่านที่ตึกฐาน ผมรู้สึกเหมือนได้ดูภาพถ่ายเก่าๆสีซีเปีย ได้เห็นว่าเราเคยใช้ “ชีวิต” อยู่ที่ตรงนั้นมาก่อน
วันนี้อาจจะไม่มีดวงไฟจากบนชั้น 7 ที่เคยเปิดสว่างตลอดคืนอีกแล้ว แต่ผมรู้ว่ามันเคยมีอยู่ และมันยังคงอยู่เสมอ
โดยส่วนตัวผมเองก็ยังถือว่าโชคดีอีกไม่น้อยเมื่อได้รับโอกาสนการทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยากทำอะไรสิ่งไหน ขอแค่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนผมก็จะได้โอกาสทำสิ่งนั้นเสมอ
เหมือนที่ได้ตระเวณออกไปท่องเที่ยวเก็บประสบการณ์ทำงานตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ
ถึงจะยังไม่เคยได้ไปอังกฤษ เพื่อเป็นคอลัมนิสต์อย่างใจหวัง แต่อย่างน้อยก็เคยไปนั่งดูลิเวอร์พูล สดๆกับตาที่ฮ่องกง และได้กอดคอจับไหล่กับราฟา เบนิเตซ มาแล้ว
เช่นกันกับ เอียน รัช และจอห์น บาร์นส ขาประจำที่หลงรักเมืองไทยอย่างแรงที่มาทีไรก็จะขอไปเยี่ยมเยียนทุกครั้งเสมอไป
รวมถึงโอกาสดีที่สุดในชีวิตเมื่อปีกลาย กับการได้ไปทำข่าวทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างยูโร 2008 ร่วมกับ “ไข่มุกดำ” พี่ชายที่จะบอกว่าสนิทกันที่สุดในเหล่าสมาชิกด้วยกันก็ไม่เชิง
ประสบการณ์ต่างๆเป็นสิ่งล้ำค่าและค้ำจุนไม่ให้ผมต้องใจสลายกับเหตุจำเป็นในครั้งนี้ที่เราทุกคนจะต้องแยกทางกันก่อน
ไม่ว่าจะเป็นการชั่วคราวหรือตลอดไป นับจากนี้ก็จะไม่มี “คิกออฟ” อีกต่อไป
สุดท้ายนี้คงต้องขอกล่าวคำล่ำลากันแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ
ขอบคุณคุณผู้อ่านทุกคนที่เคยติดตามกันมาตั้งแต่ยังเป็นนักเขียนน้องใหม่ไฟแรงจนไฟเริ่มมีแผ่วบ้างในช่วง 1-2 ปีหลัง
ผมมีความสุขเสมอเวลาที่ได้เขียนเรื่องราวต่างๆให้คุณๆได้อ่านกัน
ความสุขที่เริ่มตั้งแต่การนั่งคิดนั่งค้นเรื่องราวต่างๆว่าวันนี้จะนำเสนอเรื่องอะไรกันดี ความสุขที่ได้เริ่มต้นเขียนงานให้อ่านกันเป็นประจำ และความสุขที่ได้รับข้อความจากคุณผู้อ่าน
ความสุขที่ได้ทำงานอยู่ ณ ที่ตรงนี้มันมากมายจริงๆ
เขียนถึงตรงนี้ผมเหลือบไปเห็นหน้าน้อยพลอย สาวน้อยที่รับบท “กะทิ” ในหนังเรื่อง “ความสุขของกะทิ” แล้วก็คิดถึงว่าหากกะทิ มีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายกับบรรยากาศครอบครัวที่แม้จะมีเรื่องเจ็บปวดแต่ความอบอุ่นก็ทำให้กะทิ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้
ผมเองก็มีความสุขครับ เป็นความสุขแบบลูกแม่กิ่งที่ได้ทำงานในบรรยากาศครอบครัวที่คิกออฟแห่งนี้
อนาคตข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม เรายังจะเป็นความทรงจำของกันและกันเสมอ
นึกถึงเมื่อไหร่ก็ยังคงอยู่…และงดงามตลอดไป
ป.ล. ผมตั้งใจจะเขียนงานที่บล็อกของตัวเอง http://enci3l.wordpress ต่อไปนะครับ เป็นฟุตบอลมุมป้านฉบับออนไลน์ต่อไป